โครเอเชีย 1 – 1 อิตาลี

วันที่ 25 มิถุนายน 2567 ศึกฟุตบอลชิงเเชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ “ยูโร 2024” รอบแรก กลุ่ม B นัดที่สาม คู่ระหว่าง “โครเอเชีย” พบ “อิตาลี” สนาม ไลป์ซิก สเตเดี้ยม เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี

ครึ่งแรกไร้สกอร์
เริ่มเกมมานาทีที่ 5 โครเอเชียมีโอกาสได้ทักทายก่อนจากจังหวะของ ลูก้า ซูซิช ที่ได้ยิงไกล บอลพุ่งกำลังจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมมา บินมสปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 26 อิตาลีเกือบไดิประตูขึ้นนำ จากจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม เป็น อเลซานโดร บาสโตนี่ ที่ได้โหม่งเน้น ๆ หน้าปากประตู แต่ โดมินิค ลิวาโควิช ยังเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

จบครึ่งเวลาแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ โครเอเชียดูยังเล่นด้วยความระมัดระวังพอสมควร เน้นต่อบอลไม่ผลีผลามเข้าทำ ส่วนอิตาลีมาถึงตรงนี้ผลเสมอก็เป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะ 1 คะแนนก็สามารถนำทัพอัซซูรี่ผ่านเข้ารอบได้ ทำให้สกอร์ยังคง 0-0

ครึ่งหลังสุดดราม่า
เริ่มครึ่งเวลาหลังได้ไม่นานในนาทีที่ 53 อิตาลี ก็มาเสียจุดโทษ จากจังหวะทำแฮนด์บอลของ ดาวีเด ฟรัตเตซี ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวมาตอนพักครึ่ง แม้ตอนแรกผู้ตัดสินไม่ได้เป่า แต่เมื่อวิ่งไปดู VAR แล้วก็ให้เป็นลูกจุดโทษ

อย่างไรก็ตาม โครเอเชียก็มาพลาดโอกาสสำคัญนี้ เนื่องจาก ลูก้า โมดริช ผู้รับหน้าที่สังหาร ดันยิงไปติดเซฟของ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ในนาทีที่ 54

ทว่า นาทีถัดมาจากจังหวะต่อเนื่องกันที่บอลยังไม่ตาย โครเอเชียก็มาได้ประตู จังหวะได้เข้าทำจ่อ ๆ ของ อานเต บูดิมีร์ แม้ดอนนารุมมา เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในจังหวะแรก แต่ ลูก้า โมดริช ก็ตามมาซ้ำเข้าไปได้ แก้ตัวจากจังหวะจุดโทษ พาโครเอเชียออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 55

ประตูดังกล่าว ส่งผลให้ ลูก้า โมดริช กลายเป็นนักเตะอายุมากสุดในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลยูโร ด้วยวัย 38 ปี 289 วัน

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีนี้ทำให้สถานการณ์ในกลุ่ม B พลิกผันทันที โครเอเชีย จะมีเพิ่มเป็น 4 คะแนนแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ส่วน อิตาลี จะร่วงลงมาเป็นอันดับ 3 จากการมี 3 คะแนน และลูกได้เสีย -1

เมื่อสถานการณ์ตกเป็นรองและมีผลต่อการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย อิตาลี ก็มาเร่งเครื่องเอาหลังจากเสียประตู บุกกดดันโครเอเชียอยู่พักใหญ่ แม้มีโอกาสได้ป้วนเปี้ยนหน้าปากประตูอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ถึงกับให้ โดมินิค ลิวาโควิช ต้องออกแรงเซฟ

เกมทำท่าจะจบ แต่แล้วอิตาลีก็มาได้ประตูที่ต้องการในนาทีสุดท้าย จากจังหวะที่ ริคคาร์โด คาลาฟิออรี่ พาบอลขึ้นมา ก่อนจะจ่ายให้ มัตเตีย ซัคคานญี บรรจงปั่นแบบไม่จับ บอลโค้งเสียบสามเหลี่ยม อิตาลีไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 90+8 แบบสุดดราม่า

ประตูของ มัตเตีย ซัคคานญี ทำให้อิตาลีแซงขึ้นมาจบอันดับ 2 ของตารางคะแนน และพลิกเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที ขณะที่โครเอเชียโอกาสตกรอบสูง ต้องลุ้นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดแบบริบหรี่

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments