ตลอดทั้งเกม คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ได้สับไกลุ้นทำประตูไปทั้งหมด 6 ครั้ง นับว่ามากที่สุดในสนาม แต่ถูก ลูคัสซ์ สโกรัปสกี มือกาว โปแลนด์ ปฏิเสธไปหลายต่อหลายครั้ง
กระทั่ง อุสมาน เดมเบเล่ มาเรียกจุดโทษให้ทีม และเป็นกองหน้าป้ายแดง เรอัล มาดริด ที่สังหารจุดโทษให้ขุนพล ”เลส์ เบลอส์” ออกนำ 1-0 หลังเริ่มต้นครึ่งหลังมาได้ 11 นาที
ถือเป็นประตูแรกของเขาให้กับทีมชาติ ฝรั่งเศส ในศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้ายของเขา โดยก่อนหน้านี้ลงเล่นไป 5 นัด ทำไป 3 แอสซิสต์ แต่ยิงไม่ได้เลยสักประตูเดียว
ขณะเดียวกันนักเตะ ”ตราไก่” ก็ปลดล็อคตุงแรกของพวกเขาในศึก ยูโร 2024 ได้เสียที โดยประตูเดียวที่พวกเขาได้ก่อนหน้านี้ (ชนะ ออสเตรีย 1-0) มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม ทีมของ ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ ยังคงมองหาประตูแรกจากลูก โอเพ่น เพลย์ ต่อไป
ลูคัสซ์ สโกรัปสกี ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทนที่ของ วอยเชค เชสนี่ นายทวารมือ 1 ของทีม
สโกรัปสกี วัย 33 ปี เพิ่งจะลงเล่นให้กับทีมชาติไปเพียง 11 นัดเท่านั้น แต่เกมนี้เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสุด ๆ ช่วยให้ โปแลนด์ ไม่เสียประตูไปมากกว่านี้
เขาป้องกันลูกยิงไปทั้งหมด 7 ครั้งในนัดนี้ และคว้ารางวัล ”แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปครอง
”ผมต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ ผมไม่ได้มีโอกาสลงเล่นกับทีมมากนัก แม้จะอยู่ในแคมป์ทีมชาติ โปแลนด์ มาหลายปีแล้วก็ตาม ผมคิดว่าผมแสดงให้เห็นแล้วในวันนี้ว่า ถ้า เชสนี่ ตัดสินใจรีไทร์ ผมก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นที่ 1” สโกรัปสกี ให้สัมภาษณ์หลังเกม
